Month: January 2018

ถั่วและเมล็ดพืช อาหารว่างของคนลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักที่ถูกวิธีนั้นไม่ใช่การอดหรือการงดอาหาร แต่เป็นการเลือกอาหารที่ดี ในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งคือเรื่องของคุณค่าทางอาหารและโภชนาการในสิ่งที่เราเลือกรับประทาน โดยเฉพาะอาหารในกลุ่มให้พลังงาน เพราะร่างกายยังต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนระบบต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแรงทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และไปออกกำลังกาย ล้วนแล้วแต่ใช้พลังงานทั้งสิ้น แล้วจะเลือกแหล่งพลังงานอย่างไรให้มีประโยชน์? ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆคือคำตอบที่ดีที่สุด

ถั่วกับประโยชน์ที่พลาดไม่ได้

เวลาพูดถึงถั่ว ทุกคนคงปรามาสว่า “กินถั่วนี่นะจะผอมได้ไง พลังงานเยอะไขมันก็เยอะจะตาย” ซึ่งเป็นความจริง ถั่วทุกชนิดให้พลังงานและไขมันสูง เพียงแต่…ถั่วยังนำมาพาประโยชน์อีกหลายๆอย่าง ที่ดีต่อการลดน้ำหนักของคุณด้วย เช่น ถั่วและเมล็ดพืชนั้นมีใยอาหารสูง และอุดมไปด้วยโปรตีน และแร่ธาตุมากมาย ทานแล้วอิ่มได้นาน แถมไขมันในถั่วยังเป็นไขมันชนิดดี (mono and polyunsaturated fat) ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ และถั่วบางขนิดมีโอเมกา 3 ด้วย ซึ่งเจ้าไขมันดีเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญช่วยบำรงและส่งเสริมสุขภาพการทำงานของหัวใจได้เป็นอย่างดี ช่วยในการลดไขมัน สำหรับแร่ธาตุและวิตมิน ถั่วและเมล็ดพืชนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้ง วิตามิน E, โฟเลต, แมงกานีส และ ซีลีเนียม ที่ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังมี ซิงค์ แม็กนิเซียม และวิตามิน B ที่ถือเป็นแร่ธาติที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย จึงทำให้ ถั่วและเมล็ดพืชเหล่านี้ถูกแนะนำให้เป็น “สุดยอดของว่างสำหรับคนรักสุขภาพเลยทีเดียว”

Continue reading

เกลือแร่ สำคัญอย่างไร ?

เกลือแร่ คือ สารอาหารประเภทแร่ธาตุที่มีความจำเป็นสำหรับร่างกาย เป็นสาร electrolyte ที่สำคัญในกระบวนการทำงานของร่างกาย ได้แก่ การควบคุมเมทาบอลิซึม ควบคุมการผลิตฮอร์โมน และควบคุมการผลิตเอนไซม์ เป็นต้น

เกลือแร่เป็นสารจำเป็นอย่างหนึ่งเหมือนอาหาร และเป็นสารที่เป็นองค์ประกอบของร่างกายที่ขาดไม่ได้ โดยปกติร่างกายคนเราจะประกอบด้วยแกลือแร่ประมาณร้อยละ 4 ของน้ำหนักร่างกาย พบเป็นองค์ประกอบของอวัยวะต่างๆ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของสารเคมีในร่างกายเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต และควบคุมการทำงานของร่างกาย
 
เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการมาก (Macronutrients/Principal elements) เป็นเกลือที่พบเป็นส่วนใหญ่ในร่างกาย และร่างกายมีความต้องการมาก ได้แก่ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม คลอรีน เหล็ก และกำมะถัน
 
ผลิตภัณฑ์เสริมเกลือแร่ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. Enriched Beverage ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์น้ำเสริมวิตามิน
2. Sport Drinks คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่
3. Energy Drinks คือ ผลิตภัณฑ์เสริมพลังงาน
4. Nutraceuticals คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารอาหารหรือเกลือแร่ เพื่อบำรุง และเสริมสร้างร่างกายหรือใช้ในทางการแพทย์โดยเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมไปถึงในด้านความสวยความงาม และดีท็อกซ์ เป็นต้น

Continue reading

วิ่งอย่างไร ไม่ให้เจ็บเข่า

การบาดเจ็บเข่าเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะ ท่าวิ่งผิดปกติ และท่าวิ่งผิดปกติ เพราะใส่รองเท้าที่มีกันกระแทกหนา ๆ เลยเอาส้นลง

สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้บาดเจ็บ ดังนี้
1. ไม่ได้วอร์มอัพร่างกายก่อน อันนี้ถ้าวิ่งยาว ๆ เป็นสิบนาทีขึ้นไป คือถ้าไม่ได้ sprint ผมว่ามีผลน้อยเพราะเราไม่ได้วิ่งเร็ว ดังนั้นเริ่มวิ่งมันก็เป็นการวอร์มในตัวอยู่แล้ว แล้ววิ่งแรก ๆ ร่างกายยังไม่ร้อนเรามักไม่วิ่งเต็มที่อยู่แล้ว (แต่เห็นด้วยว่าควรอุ่นเครื่อง ปกติผมวอร์มด้วยการเดิน หรือวิ่งช้า ๆ ก่อน)
2. ไม่ได้ยืดเส้นก่อน การยืดในช่วงวอร์มอัพ ควรยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) เป็นการยืดเหยียดในลักษณะที่ทำให้ข้อต่อส่วนต่างๆหมุนหรือเคลื่อนที่ การยืดเหยียดลักษณะนี้ เราสามารถทำได้พร้อมๆกับการอบอุ่นร่างกาย (Warm up)
3. เพิ่งเริ่มออกกำลัง น้ำหนักมากเกิน อันนี้ก็เป็นไปได้ที่จะทำให้บาดเจ็บ แต่ส่วนใหญ่มักจะเหนื่อยก่อนที่จะเจ็บ
4. ออกกำลังมานานแล้ว แต่เจ็บ อันนี้ค่อนข้างชัวร์ว่าวิ่งผิดท่า จะอ้างอายุ รองเท้า ฯลฯ มักไม่ใช่สาเหตุจริง ๆ
5. รองเท้าไม่เหมาะ รองเท้าสึก เก่า เท้าแบนหรือเท้าโค้งต้องใช้แบบพิเศษ อันนี้การแนะนำให้เปลี่ยนรองเท้าทำยาก เพราะแพง และไม่แน่ว่าเปลี่ยนมาแล้วจะหาย หรือจะไม่เจ็บที่ใหม่ การแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนรองเท้า จะต้องแก้ไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น
 ดังนั้น ขอเสนอการแก้ปัญหาด้วยการลองเปลี่ยนท่าวิ่งดูก่อน ท่าวิ่งคือวิธีการที่เราใช้ เท้า ขา เข่า สะโพก แขน
ท่าวิ่งเท่าที่ศึกษามามีสามแนว ทั้งสามแนวใกล้เคียงกันมาก
1 วิ่งเท้าเปล่า ผมแนะนำอันนี้มากที่สุดเพราะจะตัดปัญหารองเท้าออกไปเลย ช่วยปรับเรื่องเท้าแบนเท้าโค้งได้อีก
2 วิ่งแบบโพส  (Pose running)
3 วิ่งแบบไท้เก๊ก Chi-Running

Continue reading

Scroll to top